วิหารเดนเดรา วิหารแห่งดวงดารา (Dendera)
posted on 28 Dec 2008 08:35 by iyakoop
วิหารเดนเดราอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากโดยเฉพาะหลังคาที่ยังไม่พังลงมาในขณะที่โบราณสถานอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่กลางแจ้งส่วนมากจะไม่มีหลังคาเหลือให้เห็น
วิหารแห่งเดนเดราตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของอียิปต์บริเวณเมืองใกล้ๆ เมืองคีน่า (Qena) ในปัจจุบัน วิหารนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับยักษ์เเห่งเมมนอน (Colossi of Memnon อยู่ใน Western Thebes ซึ่งห่างจาก Dendera ประมาณ 70 กิโลเมตร)
Colossi of Memnon คือ รูปปั้นยักษ์ 2 รูปของ Amenhotep III ที่ Thebes ซึ่งอาจจะมีคนสงสัยว่าส่วนที่เหลือของรูปปั้นยักษ์มันหายไปไหน มีการสันนิษฐานกันว่าเกิดจากแผ่นดินไหวทำให้ส่วนอื่นๆ พังลงมา แต่ที่หายไปจริงๆ คือฟาโรห์ในยุคหลังๆ นำหินที่เหลือจากซากถล่มไปทำวิหารของตัวเอง ส่วนตัวรูปปั้นคงไม่สามารถนำไปใช้ได้จึงเหลือไว้ที่เดิม
เดนเดราเป็นชื่อเรียกของซากปรักหักพังแห่งเทนไทรา (Tentyra) เมืองศักดิ์สิทธิ์ของเทพสามองค์อันได้แก่ Ihy, Horus และ Hathor
วิหาร เดนเดรา (Dendera Temple) เป็นวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อเทวีฮาเธอร์ ถือว่าเป็นสถานที่ซึ่งองค์เทพโฮรัสจะเสด็จมาเยี่ยมเยือนพระชายาและพระโอรสเป็นประจำ ทำให้เทวาลัยดังกล่าวเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งบนผืนแผ่นดินไอยคุปต์ จนถึงขนาดเป็นหนึ่งในวิหารทั้งสามที่ในสมัยฟาโรห์เชื้อสายกรีกแห่งราชวงศ์ปโตเลมีให้การอุปถัมภ์เป็นพิเศษและทรงปฏิสังขรณ์วิหารโดยสร้างเสริมขึ้นอย่างใหญ่โต
ในวิหารแห่งเดนเดรายังมีวิหารสำหรับสักการะเทพ Ihy บุตรของโฮรัส (Horus) แต่ส่วนวิหารเทพ Ihy ปัจจุบันไม่หลงเหลือให้เห็น, วิหารของเทพโฮรัส (Horus-behdety) ซึ่งเกือบจะสูญหายไปหมดแล้ว, ส่วนวิหารที่เป็นจุดเด่นที่สุดคือวิหารของเทพีฮาเทอร์ซึ่งเป็นส่วนที่สมบูรณ์ที่สุดวิหารนี้ซึ่งคาดว่าสร้างโดยฟาโรห์ปโตเลมีและได้รับการบูรณะโดยจักรพรรดิโทรจัน
เดนเดราเป็นเทวสถานที่มีการประกอบพิธีกรรมสำคัญประจำปีเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเสกสมรสอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพทั้งสององค์ เทวรูปของเทวีฮาเธอร์จะได้รับการบูชาที่วิหารแห่งนี้ก่อนอัญเชิญโดยกระบวนแห่จากวิหารเดนเดราไปยังวิหารเทพโฮรัสที่เอ็ดฟู ( Edfu Temple) เมื่อถึงที่นั่นเทวรูปของทั้ง 2 พระองค์จะประดิษฐานเคียงคู่กัน
ส่วนมากคนอียิปต์ที่นับถือเทวีฮาเธอร์รู้กันว่า ถ้าหนุ่มสาวคู่ใดปรารถนาความสำเร็จในเรื่องความรัก ก็จะไปขอพร ณ เทวสถานของพระนาง เพื่อรับพรจากพระนาง ให้คุ้มครองชีวิตสมรสให้ยิ่งยืนตลอดไป จะเห็นจากเทวรูปของเทวีฮาเธอร์แนบประทับบนบัลลังก์ที่พิพิธภัณฑ์ Luxor Museum และที่ อาบูซิมเบล เพื่อทรงรับการถวายบูชาจากพระนางเนฟเฟอร์ตารี
วิหารเดนเดราสร้างอย่างงดงามไม่แพ้วิหารแห่งเทวีไอซิสที่ ฟิเล แต่นอกจากการตกแต่งแล้ว องค์ประกอบของวิหารโดยทั่วไปรวมทั้งขนาดก็ยังเป็นรองอยู่ และเมื่อวิหารแห่งนี้สร้างเพื่อเทวีฮาเธอร์ เสาต่าง ๆ ภายในจึงเป็นแบบเฉพาะของพระนางซึ่งจะเห็นตั้งแต่เสา 6 ต้นแรกด้านหน้าของวิหาร ทั้งยังมีภายนอกภายในตัวอาคารอีกมากมาย
ภายในวิหารเดนเดรา เสาแบบที่เห็นนี้คือเสาเทวีฮาเธอร์ แบบมาตรฐาน ซึ่งมีพระพักตร์ 4 ด้าน วิหารของพระนางที่อยู่ภายในสุสานหลวงของฟาโรห์ ฮัทเชพสุท ( Hatshepsut ) ที่ เดร์ เอล บาฮารี ( Deir-El-Bahari ) และเสานี้ยังได้ปรากฏในวิหารที่ไม่ใช่วิหารของพระนางโดยตรงดังเช่นที่ วิหาร ฟิเล ของเทวีไอซิสอีกด้วย
ถึงส่วนเด่นๆ ของวิหารนี้คือคอลัมน์ของเทพีฮาเทอร์และโถงไฮโปสไตน์ แต่ส่วนที่น่าสนใจอีกส่วนคือเพดานของวิหารซึ่งมีการสลักเรื่องเกี่ยวกับคติความเชื่อในดาราศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่างโรมันและอียิปต์ โดยเฉพาะนักษัตรแห่งเดนเดราที่มีชื่อเสียง (Zodiac of dendera)
วิหารเดนเดรานี้นอกจากจะมีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วไปจากเทศกาลประจำปีเพื่อเฉลิมแลองร่วมกับวิหารแห่งเอ็ดฟูแล้วยังมีภาพสลักขนาดใหญ่บนเพดานของห้องโถงภายใน ซึ่งมีค่าอย่างที่สุดในทางโบราณคดีและดาราศาสตร์ นั่นคือ ดารามณฑลแห่งเดนเดรา ( The Deccan Spirits of the Dendera Zodiac)
ภาพดารามณฑลอันซับซ้อนนี้ประกอบด้วยกลุ่มดาว 36 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มมีเทพเจ้าครองทั้งสิ้น แสดงถึงความคิดทางจักรวาลวิทยาของชาวอียิปต์โบราณที่ได้รับอิทธิพลจากจักรวาลวิทยากรีก-โรมัน ในช่วงที่มันถูกแกะสลักขึ้น การที่ภาพดารามณฑลที่ล้ำค่าในทางด้านดาราศาสตร์จะมาอยู่ในวิหารของเทวีฮาเทอร์ก็เป็นเรื่องที่คิดว่าสมควรอย่างยิ่ง เพราะจากคำเสนอแนะจากนักวิชาการบางท่าน ได้กล่าวว่า เทวีฮาเธอร์ทรงเป็นเทวีแห่งท้องฟ้าและจักรวาลมาก่อน ( แต่ข้อโต้แย้งที่สำคัญคือ เรายังไม่ทราบว่าเมื่อถึงยุคสมัยราชวงศ์ปโตเลมี ได้สร้างวิหารขึ้นมาใหม่ คติการนับถือเทวีฮาเธอร์ ในเรื่องดังกล่าวจะยังคงมีอยู่มากน้อยแค่ไหน )
วิหารแห่งเดนเดรายังประกอบด้วยห้องต่าง ๆ มากมายที่สลับซับซ้อนราวกับเขาวงกต ใช้จัดกิจกรรมที่แตกต่างกันและผนังหลายแห่งยังมีภาพแกะสลักอันศักดิ์สิทธิ์และจารึกนี่น่าตื่นตา นอกจากนี้ยังมีส่วนหนึ่งของวิหารที่อุทิศให้เทพโอซิริสเป็นพิเศษอีกด้วย ด้วยเหตุที่ว่าในยุคซึ่งสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นนั้น การบูชาเทวีฮาเธอร์ได้ปะปนกับเทววิทยาโอสิเรียนอย่างที่ไม่อาจแยกกันได้
กล่าวตามหลักโหราศาสตร์ เทวีฮาเธอร์ทรงเป็นเทพครองราศี พฤษภ (Taurus) ดังนั้นจึงมีการบูชาพระนางในช่วง พระอาทิตย์โคจรเข้าราศีดังกล่าว คือตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน ของแต่ละปีซึ่งมีปฏิทินอียิปต์นับเป็นเดือนที่ 9 อยู่ในฤดู เซมุท ( Shemut ) และเทศกาลประจำปีอันศักดิ์สิทธิ์ที่จัดขึ้นร่วมกันระหว่างวิหารเดนเดราและวิหารเอ็ดฟูก็เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นเช่นกัน เทศกาลของเทวีฮาเธอร์และเทพโฮรัส
ภาพเดนเดราซึ่งวาดโดยเดวิด โรเบิร์ตสังเกตว่าในตอนนั้นวิหารเดนเดรายังมีสีอยู่บ้าง
Dendera temple of Hathor, Egypt by David Roberts, 1838
รูปที่หลายคนเอาไปคิดว่าเป็นหลอดไฟแต่จริงๆ แล้วคือดอกบัวและงู อยู่ที่เดนเดรานี่เอง
เจ้าของบทความ - Imseti,xzodic
เรียบเรียง - lilypixel
อ้างอิง - Detectiveoat13
http://www.pantown.com/board.php?id=36953&area=3&name=board5&topic=12&action=view