วิหารรามิเซียม วิหารล้านปีจอมราชันย์ (Ramesseum)
posted on 13 Dec 2008 19:33 by iyakoop"My name is Ozymandias, king of kings Look on my works,ye Mighty, and despair!"
นี่คือส่วนหนึ่งของบทกวีอันมีชื่อเสียงของเพอร์ซี-บิส เชลลีนามโอซีเมนเดียส (ozymandias) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรูปปั้นมหึมาของรามเสสที่ 2 ในรามิเซียมโดยปัจจุบันรูปปั้นนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
รามิเซียมถูกเรียกครั้งแรกโดยนักสำรวจชาวฝรั่งเศสนาม Jean-Fran?ois Champlain ชื่อออริจินัลของวิหารนี้คือ "House of millions of years of Usermaatre-setepenre that unites with Thebes-the-city in the domain of Amon" (จาก wikipedia)
วิหารรามิเซียมนี้สร้างโดยรามเสสที่ 2 หรือรามเสสมหาราช วิหารนี้สร้างเพื่อใช้ประกอบพิธีศพของพระองค์เองและเพื่อสักการะเทพมิน เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ โดยหลัก ๆ วิหารนี้ประกอบด้วยไพลอนขนาดมหึมา เมื่อเดินผ่านไพลอนจะพบกับลานพิธีเปิดชั้นแรก
โดยจุดนี้จะเป็นที่ตั้งของรูปปั้นนั่งขนาดยักษ์ของรามเสสมีการคาดการว่าน่าจะสูงถึง 17.5-18 เมตร (ไม่รวมฐาน) และมีน้ำหนักกว่า 1,000 ตัน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นรูปปั้นลอยตัวที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบ เท้าที่เหลือของรูปปั้นนี้ตั้งอยู่หน้า Second Pylon ใน First Court หรือลานชั้นแรก แต่ว่าส่วนลำตัวนั้นมันเข้ามาอยู่ที่ Second Court หรือลานชั้น 2 ขนาดของใบหูของรูปปั้นนี้ มีขนาด 1 เมตรกว่า ๆ (คิดดูแล้วกันแค่ "หู" ของ Ramses II ก็ใหญ่ 1 เมตรแล้ว แล้วทั้งตัวจะสูงขนาดไหน)
ทางด้านซ้ายของลานนี้จะยื่นไปเป็นพระราชวังส่วนตัวของรามเสสเอง เมื่อเดินต่อไปเรื่อย ๆ ผ่านไพลอนที่สองไปจะนำไปสู่ลานชั้นที่สอง โดยลานนี้ประกอบด้วยรูปปั้นนั่งขนาดใหญ่ของรามเสสที่ทำจากเกรนิตสีดำและที่จะเป็นจุดเด่นเลยของวิหารนี้เห็นจะเป็นเสาโอไซริดขนาดใหญ่ ถัดจากลานจะเป็นโถงไฮโปสไตน์ (Hypostyle Hall) ที่ได้รับการตกแต่งเพดานเป็นรูปดาวสีทองและทาพื้นสีน้ำเงิน สุดท้ายคือโถงไฮไปสไตน์ขนาดเล็ก 3 ห้อง ห้องละ 8 เสาสุดท้ายก็คือ แท่นบูชา
สรุปวิหารนี้มีตัววิหารของรามเสสขนาบด้วยพระราชวังและวิหารขนาดเล็ก ซึ่งสร้างโดยเซติที่ 1 ผู้เป็นพ่อบางคนเชื่อว่านั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้รามเสสเลือกทำเลนี้ นอกนั้นคือยุ้งฉางอิฐ, พระคลังและที่พักของพระ ปัจจุบันวิหารนี้เหลืออยู่ไม่มากนักที่เห็นชัดสุดคือเสาโอไซริดเพียง 4 ต้นและโถงไฮโปสไตน์บางส่วน
แผนผังวิหารจริง ๆ จะเขียนแผนผังแบบเอียงๆ คือ มุมทั้ง 4 ของตัววิหารหลักจะไม่เป็นมุมฉากแต่จะเป็นมุมป้านด้านหนึ่งและแหลมอีกด้านหนึ่ง โดยตัววิหารแล้วหันหน้าเข้าแม่น้ำไนล์ แกนวิหารอยู่ในแนว East-West และปัจจุบัน จากแผนผังวิหารอันยิ่งใหญ่ของฟาโรห์ Ramses II อันใหญ่ยิ่งไม่เหลืออะไรให้ชมแล้ว ดังนั้นทัวร์ไทย จึงไม่พาไปชม (เช่นเดียวกับ Medinet Habu) ดังนั้น ใครอยากชมก็คงต้องไปกันเอง
เจ้าของรูปและบทความ -- Imseti